Acer Swift 3 SF314-42

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (2.30 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache), AMD Ryzen 7 4700U (2.00 GHz up to 4.10 GHz, 8 MB L3 Cache)
  • RAM : 8 GB DDR4 3200MHz
  • STORAGE : 512 GB PCIe M.2 SSD
  • DISPLAY : 14 ” (1920×1080) Full HD IPS 60Hz
  • GPU : AMD Radeon RX Vega 6, AMD Radeon RX Vega 7
  • OS : Windows 10 Home Single Language (64 Bit)
  • 3Y. (1Y. On-site + 2Y. Carry-in)

รายละเอียด

สำหรับ Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมขายในไทยแล้ว มีราคาเริ่มต้นที่ 19,990 บาท ได้สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ AMD Ryzen 5 4500U หรือ AMD Ryzen 7 4700U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส

Acer นับว่าเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊คสเปก AMD Ryzen 4000 U Series ตลาด Notebook ในไทยด้วย พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า โดยชิปประมวลผลในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงาน ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี แต่การมาของ Ryzen 4000 U ครั้งนี้ เท่าที่ทราบข้อมูลมาล่าสุดจากหลายแหล่ง เราจะได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series (รอทดสอบกันอีกที เครื่องจริงกำลังเดินทางมาครับ)

นอกเหนือจากเรื่องของสเปกแล้ว Acer Swift 3 ปี 2020 สเปก AMD Ryzen 5 4500U / AMD Ryzen 7 4700U ยังได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังได้ในส่วนของโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office Home & Student 2019 ซึ่งประกอบไปด้วย Word / Excel / Power Point เรียกได้ว่าพร้อมใช้งานเลยเมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก ส่งผลให้เราไม่ต้องไปเสียเงินซื้อโปรแกรมราคา 4,299 บาทเพิ่มภายหลัง คิดอีกแบบคือประหยัดเงินไปได้กว่า 4,299 บาททีเดียว ส่วนการรับประกันเป็น 2 ปี สำหรับสเปก AMD Ryzen 5 4500U ราคา 19,990 บาท และประกัน 3 ปี (ปีแรก On-site) สเปก AMD Ryzen 7 4700U ราคา 22,990 บาท ทั้ง 2 สเปก พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมง

  • AMD Ryzen 7 4700U (Up to 4.1 GHz ,8 core/8 thread ,TDP 15W)
  • AMD Ryzen 5 4500U (Up to 4.0 GHz ,6 core/6 thread ,TDP 15W)

หน้าสเปกเต็มๆ ของ Acer Swift 3 ปี 2020 สเปก AMD Ryzen 5 4500U / AMD Ryzen 7 4700U ได้ตามนี้เลย

Acer Swift 3 ปี 2020 สเปก AMD Ryzen 5 4500U / AMD Ryzen 7 4700U แบ่งออกเป็น 2 สีหลักๆ คือ สีเงิน Silver ที่ดูสว่างเรียบๆ เนี๊ยบๆ  และสีม่วง Purple ที่ดูสดใสน่ารักเหมาะกับสาวๆ ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.95 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง

Acer Swift 3 รุ่นนี้ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขอบจอบาง 5.5 มิลลิเมตร มีพื้นที่ 82.73% เป็นหน้าจอแสดงผล ได้พาเนล IPS ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว้างกว่า อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี โดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด โดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

ฝาหลังเป็นวัสดุพลาสติกเช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นเงินมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีย์ ขอบตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นดีไซน์แบบโค้งมนเนียนๆ เข้ากับมือเวลาหยิบจับถือขึ้นมา โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ บอกว่าขอบหน้าจอบางเฉียบกว่ารุ่นก่อนๆ และหน้าจอ IPS มุมมองกว้าง

 

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift 3  เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานจริงก็พอได้อยู่ไม่ได้ลำบากในการใช้งานนัก ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดสีขาวส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-C (แตกต่างจาก Acer Swift 3 สเปก Intel Core i Gen 10 ที่เป็น Thunderbolt 3) USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 AX ที่และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด โดยรวมแล้วมีความเหมือนกัน Acer Swift 3 รุ่นก่อนหน้านี้

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.4 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง สาวๆ น่าจะชอบกัน หยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานข้างนอกสบายๆ

Acer Swift 3 สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4500U นอกจากจะเหนือชั้นเรื่องของประสิทธิภาพต่อราคาที่คุ้มค่าแล้ว ยังโดดเด่นเรื่องการการพกพา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดกว่า 11 ชั่วโมงด้วย กับการที่เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.2 กก. และบางเพียง 15.9 มม. เท่านั้น ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า ดูดี บางเบา จบครบในเครื่องเดียว ราคาขายจริงอยู่ที่ 19,990 – 22,990 บาท สำหรับรีวิวตัวเต็มๆ อดใจรอกันอีกนิดนะครับ